วิธีลงโทษพนักงาน มาสายบ่อย

ลงโทษพนักงานสายบ่อย 8 บทลงโทษ ลำดับขั้น ทำผิด

Click to rate this post!
[Total: 3 Average: 5]

ลงโทษพนักงานสายบ่อย

มาตรการจัดการพนักงานมาทำงานสาย ขาดงาน หรือลาป่วยมากเกินไป

กรณีพนักงานมาทำงานสายบ่อยครั้ง

โดยปกติการจัดการกับพนักงานที่มาทำงานสาย ตามขั้นตอนทางกฎหมายสามารถทำได้โดย หากพนักงานมาสายครั้งแรกก็ให้ตักเตือนด้วยวาจา ครั้งต่อไปก็ตักเตือนเป็นหนังสือและอาจทำทัณฑ์บนไว้ และหากมีการตักเตือนเป็นหนังสือแล้วยังมีการมาสายอีกก็สามารถเลิกจ้างได้ เพราะการมาสายเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต อันเป็นเหตุให้สามารถเลิกจ้างได้ อีกทั้งในการเลิกจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะได้มีการตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนั่นเอง ซึ่งการมาสายในทุกครั้งสามารถงดจ่ายค่าจ้างได้โดยคำนวณตามระยะเวลามาสายหรือระยะเวลาที่ไม่ได้ทำงานที่แท้จริง

อาจใช้มาตรการในการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่มาสาย ซึ่งทำให้ไปมีผลการต่อขึ้นเงินเดือนหรือการพิจารณาโบนัสประจำปี เช่น
กำหนดว่า  มาสาย…..ครั้ง จะถูกเลื่อนการปรับเงินเดือนให้ช้าไป 3 เดือน
มาสาย…..ครั้ง จะถูกเลื่อนการปรับเงินเดือนให้ช้าไป 6 เดือน
มาสาย…..ครั้ง จะไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี เป็นต้น

หรืออาจใช้มาตรการกำหนดระเบียบ มาสายแต่ละครั้งจะได้รับใบตักเตือน หากได้รับใบตักเตือนครบตามระเบียบกำหนดจะถูกเลิกจ้าง เป็นต้น อย่างไรก็ดีมาตรการต่างๆนี้ถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน หากประสงค์จะเปลี่ยนแปลงจากเดิมจะต้องมีการแจ้งและตกลงกับลูกจ้างหรือพนักงานตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

กรณีพนักงานขาดงาน
การที่พนักงานขาดงานก็อาจใช้มาตรการกำหนดระเบียบได้เช่นเดียวกับกรณีพนักงานมาสาย เช่น ขาดงานกี่ครั้งจะถูกเลื่อนการปรับเงินเดือนหรือไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน หรือไม่ได้รับโบนัสประจำปีหรือการออกใบตักเตือน เป็นต้น

นอกจากนี้ในเรื่องของการขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก็ถือเป็นการละทิ้งการงานไปก็สามารถเป็นเหตุเลิกจ้างพนักงานคนนั้นได้   และหากเป็นการละทิ้งหน้าที่การงานไปเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควรก็จะทำให้สามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ลงโทษพนักงานสายบ่อย

ลงโทษพนักงานสายบ่อย

กรณีพนักงานลาป่วยบ่อยครั้ง อาจมีมาตรการดังต่อไปนี้

1. ให้พนักงานมารายงานอาการป่วยในวันแรกที่กลับมาทำงาน โดยทำการจดบันทึกอาการป่วยของพนักงานอย่างละเอียด เพื่อที่ว่าเมื่อพนักงานจะลาป่วยครั้งต่อไป จะคิดมากขึ้นว่าจะป่วยอะไรดี จึงจะสมเหตุสมผล และไม่ถูกจับได้ ซึ่งวิธีการนี้อาจช่วยลดสถิติการลาป่วยของพนักงานได้บ้าง

2. ประกาศให้พนักงานทราบว่า การขาด ลา มาสาย มีผลต่อการขึ้นเงินเดือน และโบนัส หากขาดงานเกินกี่วัน มาสายเกินกี่ครั้ง จะไม่ขึ้นเงินเดือนและตัดโบนัส เป็นต้น

3. จับตาดูพฤติกรรมการลาหยุดงานของพนักงานอย่างใกล้ชิด อาจสุ่มไปที่บ้านของพนักงานโดยไม่ให้รู้ตัว เพื่อเยี่ยมไข้ และสอบถามอาการ รวมทั้งตรวจสอบการลาป่วยในครั้งนั้นด้วย

4. หากพฤติกรรมการลาเป็นที่น่าเอือมระอาหรือไม่น่าไว้วางใจ ให้สอบถามพนักงานว่าได้ไปรักษาที่คลินิก หรือโรงพยาบาลใด จากนั้นให้ไปขอดูทะเบียนคนไข้ว่ามารักษาจริงหรือไม่ หากทราบว่ามีพฤติกรรมการลาที่ไม่ถูกต้องในบางราย อาจให้แสดงใบรับรองแพทย์ทุกครั้งที่ลาป่วย

5. ในกรณีที่ใช้พนักงานใช้สิทธิ์ลาป่วยครบ 30 วันแล้ว ให้แจ้งพนักงานว่า หากลาป่วยครั้งต่อไป จะพิจารณาให้ลาโดยไม่รับเงินเดือนแทน ซึ่งไม่ว่าพนักงานจะลากี่วัน ก็จะหักเงินในทุก ๆ วันที่ลาหยุด

6. กำหนดบทลงโทษการลาป่วยเท็จที่รุนแรงเชิงบริหาร และเชิงข้อกฎหมายถึงขั้นเลิกจ้างได้

7. หากพบว่าอาการป่วยส่งผลต่อการทำงาน นายจ้างมีสิทธิพิจารณาเลิกจ้าง เนื่องจากพนักงานหย่อนสมรรถภาพในการทำงานได้ โดยจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด

8. ถึงแม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้ลูกจ้าสามารถลาป่วยได้ถึง 30 วันต่อปี แต่ในบางรายที่การขาดงานบ่อยครั้งมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ผู้บังคับบัญชาไม่ควรนิ่งเฉย ควรหามาตรการตักเตือน หรือจัดการโดยใช้บทลงโทษที่เด็ดขาด

………………Sirikwun Ninlakun..Legal Manager..SPLALAW?
เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน

บริษัท เอสพีแอลเอ ลอว์ จำกัด
89/144 ซ.ราชพฤกษ์ 6 แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กทม. 10160
Mail : splalaw@gmail.com Tel +66 2225 5485 Mobile phone: 0968263935 , 0952353956

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น